2005/Sep/15

หลังจากอิชั้นได้รับเกียรติยศอันสูงสุดให้เป็นแม่คน

อิชั้นก็รู้ซึ้งถึงความลำบากของคนที่เป็นแม่ โดยที่ก่อนหน้านี้ อิชั้นไม่ค่อยคิดถึงมันเท่าไหร่

ทะเลาะกับแม่ตัวเองก็บ่อย เพราะแม่อิชั้นขี้บ่น

ส่วนอิชั้นก็เป็นพวกไอ้ลูกหัวดื้อ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิดเป็นได้ค้านหัวชนฝา

เถียงแม่นี่เรื่องประจำ คือ อย่างน้อยขอให้ได้ต่อปากต่อคำซักแอะก็ยังดี แต่ให้เงียบยอมรับโดยดี ไม่มีปากเสียงนี่เป็นไม่มี

เพราะรู้สึกว่า เวลาแม่บ่นแล้วเราเงียบ มันจะดูเป็นการเสียศักดิ์ศรี ยอมรับกันง่ายเกินไป

อันที่จริงก็รู้อยู่ว่าที่แม่บ่นก็เพราะว่ารักว่าห่วงแหละนะ

แล้วที่อิชั้นเถียงแม่ก็ไม่ใช่ว่าอิชั้นไม่รักแม่ซะหน่อย

รักน่ะรัก แต่ไม่แสดงออกหรอกย่ะ เดี๋ยวเจ๊แกได้ใจ เหอๆๆๆ

วันนี้เลยว่าจะเขียนถึงแม่

ปกติอิชั้นจัดเป็นลูกลำเอียง ค่อนข้างติดพ่อมากกว่าแม่

จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะอิชั้นหรอกนะ พวกน้องๆ อิชั้น น้าๆ ของพี่ม่อนก็ติดพ่อมากกว่า

แม่ก็เหมือนจะรู้นะ ไม่รู้แกจะน้อยใจบ้างหรือเปล่า

แต่ถ้าเป็นอิชั้นนะ อิชั้นน้อยใจตายเลย

ที่ลูกๆติดพ่อมากกว่าเพราะแม่บ่นเก่งกว่าพ่อ

พ่อนี่จะไม่บ่น ไม่พูดมากเท่าแม่ แต่ใช้วิธีลงไม้เรียวเลย

ลูกๆก็เลยทั้งรักทั้งกลัว

แต่แม่นี่...ลูกๆรักแต่ไม่กลัว...เหอๆๆๆๆ

เพราะแม่บ่นอย่างเดียวไง แต่ไม่ค่อยตี

แถมบางทีพอแม่ตีลูกๆ พ่อก็เข้ามาห้าม

ลูกๆเลยรู้สึกเหมือนมี Back

ลูกๆไม่กล้าเถียงพ่อ แต่จะเถียงแม่ไฟแลบ

จนแม่บ่นพ่อเป็นประจำว่า ทำให้แม่เสียการปกครองหมด

ใครๆเรียกแม่ว่า "เจ๊จู"

แม่เป็นหญิงเหล็ก เป็นแม่ลูกสี่ ปีนี้ก็อายุ 53 แล้ว

มีลูกคนแรกคืออิชั้นตั้งแต่อายุ 23

ตัวนิดเดียว แต่ทนเป็นรถถัง วันไหนที่แม่ป่วยแล้วต้องถึงกับล้มตัวลงนอน

แสดงว่าแกป่วยมากจริงๆ แต่ไม่ค่อยเห็นกันหรอกภาพนั้นน่ะ

ส่วนใหญ่จะเห็นแม่เดินไปนู่นมานี่ตัวปลิวมากกว่า

ทำอะไรก็รวดเร็วไปหมด อยู่เฉยๆไม่ค่อยจะได้

ก่อนหน้าที่พี่เลี้ยงพี่ม่อนจะลากลับบ้าน จนต้องรีไทร์ตัวเองมาเลี้ยงหลาน แม่มีอาชีพขายผัก ผลไม้ตามตลาดสด และตลาดนัด

ขายทุกวันไม่มีวันหยุดเวียนกันไป

วันจันทร์กับพฤหัส ขายที่ตลาดนัดแถวบ้าน

วันอังคารกับศุกร์ขายที่ตลาดนัดในตัวอำเภอ

นอกนั้นขายที่ตลาดสด

อะไรๆแม่ก็เอามาขายเป็นเงินได้หมด

ร้านแม่จะขายเครื่องต้มยำครบชุด

จะเอาอะไรก็มีหมด บาทสองบาทก็ขาย

ไม่มีเล่นตัวหรอกว่าอย่างน้อยต้องเท่านั้นเท่านี้ถึงจะขาย ขอให้มีคนซื้อเหอะ เจ๊แกขายทั้งนั้นแหละ

ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่เหลือจากวันก่อนๆ แกอุตส่าห์เอามารียูสมัดเป็นกำๆ

แล้วขายกำละ 5 บาท แม่บอกว่า แม่ค้าคนอื่นเค้าอาจไม่อยากเสียเวลามากำ

แต่แม่ไม่...แม่ยอมเสียเวลานิดหน่อย

(นิดหน่อยของเค้า แต่โคตรเสียเวลาเลยสำหรับอิชั้น)

เอาผักมากำๆรวมกัน หรือวันไหนมีของเหลือมาจากเมื่อวาน

ผักเริ่มดำ ไม่สวย แม่ก็ใช้วิธีนี้ เพิ่มคุณค่าให้สินค้าดูมีราคาขึ้น

แล้วก็เอาไปขายได้ตังค์กลับมาอีก ไม่มีเสียของ

แม่บอกอีกว่า บางทีคนซื้อเป็นเด็กโรงงาน

เช่าบ้านอยู่คนเดียว หรือสองคนกับแฟน

เค้าก็ไม่อยากซื้อผักทีละเยอะๆ หรือซื้อมะนาวทีละหลายลูกไปทำกับข้าว

แค่อยากจะทำพอกินหมดไปแต่ละมื้อเท่านั้น

ก็มาซื้อของแม่ที่กำไว้นี่ละ ชุดละ 5 บาท ก็ต้มยำกินได้มื้อนึงแล้ว

ในความคิดของแม่ กำละ 5 บาท สมมุติเค้าขายได้ 10 กำ

ก็เป็นเงิน 50 บาท...อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งอยู่เฉยๆแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา

สามีของแม่ (ก็พ่อของอิชั้น ก๋งเจ้าม่อนนั่นแล) ทำสวน ปลูกผลไม้หลายอย่าง

เมื่อไหร่มีขนุน สับปะรด หรืออะไรที่พ่อปลูกไว้มันออกผล

แม่ก็นำมาขายที่ร้านของตัวเอง

ไม่ต้องไปซื้อต่อจากใคร ทำให้มีกำไรพออยู่ได้

อิชั้นยังเคยแซวแม่กับพ่อว่า สองคนนี้เป็นผู้จัดการฝ่ายผลิต กับผู้จัดการฝ่ายขาย

พ่อเราปลูกอะไรก็ดูจะงามไปซะหมด ใครๆเห็นก็อยากซื้อ แต่ดันขายของไม่เป็น

ในขณะที่แม่เป็นนักขายมือทอง สองคนรวมพลัง

เลี้ยงลูกๆมาจนโตได้ตั้ง 4 คน

ด้วยอาชีพเกษตรกรกับแม่ค้าตลาดนัดเนี่ยแหละ

แม่เป็นโอชิน เป็นพจมาน (อลหม่านหลังบ้านทรายเงิน)

เป็นนางเอกในชีวิตจริง โดยมีพล็อตชีวิตมาจากนิยายน้ำเน่าเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้

โดนโขกสับสารพัดทั้งจากแม่ผัวและน้องๆ ผัว

ขนาดตอนอิชั้นยังอยู่ในท้อง ก็ยังต้องทำงานบ้านทุกอย่าง

กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน ทำนู่น ทำนี่ เหมือนคนใช้ประจำบ้าน

สุขภาพจิตก็ไม่ดีเท่าไหร่เพราะต้องทนฟังคำด่ากระทบกระเทียบจากบรรดาน้องสาวพ่อ

(และคงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เบ่งอิชั้นออกมามี EQ เตี้ยเรี่ยดินเยี่ยงนี้)

โดนจิกเรียกว่า "อีเจ๊ก" บ้างล่ะ แกล้งโน่นแกล้งนี่บ้างล่ะ

เพราะครอบครัวแม่จนกว่าพ่อ ครอบครัวพ่อทางฝ่ายพ่ออิชั้นจัดว่ามีฐานะเลยล่ะ
ประมาณผู้ดีตีนแดงน่ะนะ

แม่มีเชื้อจีน จีนแท้ๆมาเลย แม้จะไม่ได้เกิดเมืองจีน แต่ก็ไม่มีเชื้อไทยเลย

ในขณะที่ครอบครัวทางพ่อ มีเชื้อไทยจากย่าทวด กับทางย่า

แต่ก็มีเชื้อจีนด้วยเหมือนกัน ครอบครัวทางย่าเป็นหลงจู๊ (แปลว่าอะไรฟะหลงจู๊)

รวยไม่ใช่เล่นแหละ มีไร่นาสาโทเยอะแยะไปหมด

อิชั้นเองก็สงสัย ทำไมในเมื่อต่างก็มีเชื้อจีน

แล้วทำไมนังน้องสาวพ่อมันต้องมาจิกเรียกแม่ว่า "อีเจ๊ก"

มันก็ไอ้เจ๊กด้วยกันแหละวะ ตราบใดที่มีเชื้อมีกำพืดบรรพบุรุษเป็นคนจีนละก็


แม่เล่าว่า มีอยู่วันนึง แม่จะรีดผ้า

ซึ่งแม่มีเวลารีดเฉพาะตอนที่อิชั้นหลับวันนึงก็ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

เพราะอิชั้นจัดเป็นอิลูกนรก ทั้งกวนทั้งโยเย แม่ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเวลาที่อิชั้นหลับ

ในขณะที่อิน้องสาวพ่อมันว่างทั้งวัน

ไม่ต้องทำงานบ้านอะไรซักอย่าง วันๆนอนกระดิกส้งติงอ่านหนังสือแฟชั่น

พอแม่จับเตารีด มันก็จะรีดบ้าง

แล้วยังมีหน้ามาไปฟ้องแม่มัน (ก็ย่าอิชั้นนั่นแล) ว่า

"ดูสิ...เนี่ย พอหนูไม่รีดมันก็ไม่รีด อิเจ๊กนี่"

ย่าอิชั้นซึ่งเกลียดลูกสะใภ้ก็เข้าข้างลูกสาว

แม่อิชั้นเจ็บใจมาก เลยรวบรวมเงินไปซื้อเตารีดมาใช้เองเลย 1 ตัว

พอวันหลังมันมาหาเรื่องว่าแม่แย่งเตารีดมันอีก

แม่ก็สวนแสกหน้ากลับไปเลยว่า "นี่เตารีดหนู หนูซื้อของหนูมาเอง"

พวกนั้นเลยเงียบไปหมดเลย

และทั้งหมดทั้งมวลที่แม่เล่ามา และประสบการณ์ชีวิตในกาลต่อมาของอิชั้นที่พบเจอมากับตัวเอง

(ซึ่งเน่ายิ่งกว่านิยาย วันหลังเอามาเขียนรวมเล่มขายคงจะดี แต่เดี๋ยวก่อน รอเวลาก่อน ถ้าอะไรมันไม่แย่ไปกว่านี้อิชั้นจะอโหสิ และลืมมันไป)

ทำให้อิชั้นค่อนข้างเกลียดย่าเอามากๆ

เกลียดชนิดที่พูดได้เต็มปากไม่กลัวบาปกรรมว่า

ต่อให้ย่าเป็นอะไรไปตรงหน้า

อิชั้นก็เลือดเย็นพอที่จะเห็นย่าตายไปต่อหน้าต่อตาได้ โดยไม่ช่วยเหลืออะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ปัจจุบัน ย่าอิชั้น ทวดของเจ้าม่อนก็ยังมีชีวิตอยู่

ก็คงเหลือเวลาอีกไม่นานนัก จะได้พิสูจน์กันว่าที่อิชั้นพูดมาทั้งหมดนั้น สามารถทำได้ลงคอจริงหรือเปล่า

อิชั้นเอง ก็คงทำบาปไว้กับแม่มาก ความที่ก๋งอิชั้นเป็นคนงี่เง่า

ทนเสียงเด็กร้องไม่ค่อยได้ ที่สำคัญ ก๋งตอนนั้นเห่ออิชั้นมากเพราะเป็นหลานคนแรก..โอ๋สุดๆ

อิชั้นเองก็จัดเป็นเด็กเวร..เด็กนรก...กวนแม่งทั้งวันทั้งคืน

พอก๋งได้ยินเสียงอิชั้นร้องก็ด่าแม่ หาว่าเลี้ยงลูกยังไงให้ร้อง

ยุงกัดอิชั้นหน่อยก็ด่าแม่ หาว่าเลี้ยงยังไงให้ยุงกัด

อิชั้นเป็นอะไร หรืออิชั้นโดนตี แม่เป็นโดนด่าไปซะทุกอย่าง

จนแม่เคยเกือบจะหมดความอดทน...

ตอนนั้น อิชั้นอายุได้ซักขวบสองขวบ

แม่อุ้มอิชั้นเดินออกไปนอกบ้าน

ในใจคิด...ไม่อยู่มันแล้ว ไอ้บ้านผู้ดีหลังนี้

จะหนีพ่อไป แล้วทิ้งเราไว้ที่นี่

คิดไปคิดมา....แม่ก็ร้องไห้....น้ำตาไหล

อิชั้นที่...ตอนนั้นอายุได้สองขวบ...ก็เอามือมาเช็ดน้ำตาแม่....ด้วยความไม่รู้เรื่อง

ทำให้แม่เลิกคิดที่จะทิ้งพ่อไปได้ ถ้าแม่ทิ้งพ่อไป พ่อเป็นคนดี แล้วพ่อจะอยู่ยังไง

(พอแม่เล่ามาถึงตอนนี้แม่ก็น้ำตาซึม เสียงสั่น แต่ยังไว้ฟอร์มไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็น อิอิ)

แล้วแม่ก็กลับเข้าบ้าน ตัดสินใจจะอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป

จนกระทั่งมีน้องเกิดตามกันมายั้วเยี้ยอีกหลายคน

(เห็นมั้ยยะ เห็นมั้ย ไอ้พวกน้าๆ พี่ม่อนทั้งหลาย พวกหล่อนต้องสำนึกในบุญคุณชั้นนะโว้ยที่ทำให้พวกแกได้เกิด...เหอๆๆๆๆ)

อิชั้นมารู้เรื่องสงครามชีวิตเจ๊จู (เลียนแบบสงครามชีวิตโอชิน) ตอนที่อิชั้นโตแล้ว

แม่เล่าให้อิชั้นฟังเมื่ออิชั้นเริ่มรู้จักคำว่า "ชีวิต"

เสียดายที่แม่ไม่บอกอิชั้นให้เร็วกว่านั้น เนื่องจากอาจจะเป็นไปได้ว่าเห็นพวกอิชั้นยังเด็ก

เลยไม่อยากให้คิดมากก็ได้

ไม่งั้นละน่าดูชม พวกอิชั้นสี่ทหารเสือลูกแม่นี่จัดเป็นพวกไฟท์เตอร์ซะด้วยสิ

เหอๆๆ

หลังจากฟังแม่เล่า

มันตอบสารพัดคำถาม "ทำไม" ที่มีตลอดมาในหัวของอิชั้นได้

ทำไมย่าดูไม่โปรดพวกเราพี่น้องนัก

ทำไมเวลาพวกอาๆทั้งหลาย (น้องสาวพ่อ) มาที่บ้าน (พวกเรายังอยู่บ้านเดียวกับย่า) แม่ถึงห้ามไม่ให้เราไปยุ่งกับพวกเค้ามาก

ทำไมเวลาที่บ้านมีงานเลี้ยง แม่ถึงต้องอยู่แต่ก้นครัว ล้างจาน ทำกับข้าว เป็นเบ๊สารพัด

ทำไมแม่ไม่ค่อยคุยกับพี่น้องของพ่อ

ทำไมเวลาก๋งเลี้ยงวันเกิด ทุกคนไปกินหูฉลาม แต่แม่ไม่ไป

ทำไมแม่ชอบย้ำให้อิชั้นทำตัวดีๆ อย่าขี้เกียจ อย่าเป็นคนยืดยาด อย่าเป็นคนถนิมสร้อย

แม่จะบอกเสมอว่า ไม่งั้นถ้าแต่งงานไปแล้วเจอครอบครัวสามีไม่ดีจะลำบาก

(แต่ถ้าเป็นอิชั้นก็คงไม่ทนแบบแม่หรอกว่ะ มึงลองมาทำกูเซ้ ไม่โดนจิกตบหรือโดดเตะปากไม่ใช่อีจุ๊บ)

ทำไมแม่เป็นห่วงอิชั้นเรื่องครอบครัวสามีเสียเหลือเกิน

ห่วงว่าจะเจอพวกครอบครัวกงสี หรือครอบครัวไม่ดี

ทำไมแม่กับพ่อเลี้ยงพวกอิชั้นมาอย่างดีมากๆ

ทำไม..ทำไม..ทำไม...

ทุกอย่างมากระจ่างตอนอิชั้นโตนี่เอง.....

วันนี้ไม่ตั้งใจจะเขียนยาวขนาดนี้

แต่เขียนไปเขียนมา มันก็ยิ่งนึกถึงเรื่องที่แม่เล่า

อย่างที่เคยบอกไว้ในไดเรื่องละครน้ำเน่า (เขียนไว้นานหลายปีตั้งแต่สมัยอยู่ไดฮับจนหามาลงให้อ่านซ้ำไม่ได้ละ)

ว่าชีวิพวกอิชั้นน่ะมันยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าอีก

ที่เล่ามาวันนี้เห็นยาวๆก็ยังไม่หมดนะ เพราะบางเรื่องก็ไม่รู้เขียนไปแล้วมันจะดีหรือเปล่า

เพราะเงื่อนไขของไดอารีออนไลน์อย่างหนึ่งคือ มันเป็นสาธารณะ....

อิชั้นไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่า มีใครบ้างที่เข้ามาอ่านไดของอิชั้น จนกว่าเค้าจะคอมเม้นท์

ดังนั้นบางเรื่องที่มันเหลือเชื่อมากๆ ก็น่าจะเก็บเอาไว้รู้คนเดียว

หรือจะเปิดเผยก็ต่อเมื่อมีใครมาติดต่อให้เขียนรวมเล่มขายจะดีกว่า (ก็เขียนในหน้าบล็อคแบบนี้มันไม่ได้เงินนี่ ฮี่ๆๆๆๆ )

ตอนนี้ อิชั้นเข้าใจถ่องแท้ถึงหัวอกของการเป็นแม่

ในขณะที่แม่ก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นแม่ของแม่ (ยาย) แล้ว

หลายสิ่งหลายอย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวของอิชั้น ตั้งแต่....ความลำบากของแม่

ความรักของแม่ที่มีให้ทั้งกับพ่อและกับลูกๆ ความอดทน ความเสียสละของแม่....

ความทรหดในการต่อสู้กับความดื้อ (ที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเฮียคอง) ของอิชั้น

และสิ่งไม่ดีต่างๆ ที่อิชั้นเคยทำกับแม่ตั้งแต่สมัยเด็กๆ

อิชั้นไม่เคยบอกรักแม่เลยมั้ง ตั้งแต่จำความได้

ก็เหมือนกับที่แม่ไม่เคยบอกรักลูกๆ เหมือนกัน

แต่พวกเราก็รู้อยู่ดีแหละว่าแม่รัก และแม่ก็รู้ดีว่าพวกเรารักแม่แค่ไหน

พวกอิชั้นเป็นชอบแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าพูดน่ะฮ่ะ

ก็เหมือนกับแม่แหละน่า.....

ถึงอิชั้นจะอยากขอโทษทั้งหมดในสิ่งที่เคยทำไว้กับแม่...

แต่แม่ก็คงไม่ใส่ใจจะจำหรอกว่าอิชั้นเคยก่อวีรกรรมเขย่าบัลลังก์แม่ไว้ยังไงบ้าง

ทุกครั้งที่แม่พูดถึงเรื่องงี่เง่าที่อิชั้นทำไว้ แม่จะพูดในแนวเอ็นดู แนวฮา แนวฌาปนกิจอิชั้นให้พ่อเจ้าม่อนฟังมากกว่า

ประมาณว่า..ดูซิ..มันทำไปได้ยังงั้ย ไอ้ลูกคนนี้ สารพัดเรื่องแปลกแต่จริงที่คนปกติเค้าไม่ทำกัน แต่อิชั้นทำ

แม่คงเหนื่อยน่าดู เลี้ยงลูกคนนี้

เท่านั้นยังไม่พอ แม่ยังต้องมาช่วยเลี้ยงลูกของลูกคนนี้ให้อีก

ถึงแม้จะเคยออกตัวว่าจะไม่ช่วยเลี้ยง เลี้ยงไม่ไหว แต่เอาเข้าจริงก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย

จนกระทั่งกลายเป็นคู่ซี้ต่างวัย คู่หูคู่ฮากันไปแล้วกับพี่ม่อน

(ทั้งบ้านก็มีแต่ยายคนเดียวแหละที่เล่นของเล่นกับพี่ม่อนได้ทั้งวัน คนอื่นๆ น่ะเรอะ เล่นได้แป๊บๆ ก็เบื่อกันแล้ว แม้แต่ตัวอิชั้นซึ่งเป็นแม่เฮียแกเองก็เถอะ)

เคยดูละครเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ เรื่อง เหมือนแม่ครึ่งหนึ่งก็พึงใจ

ตอนนี้อิชั้นก็กำลังรู้สึกแบบนั้น

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา อิชั้นรู้ตัวเองดีว่า อย่าว่าแม้เพียงครึ่งหนึ่งเลย

ซักเสี้ยวเดียวของแม่ อิชั้นก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า

แด่แม่ หญิงชราวัย 53 แต่หัวใจสต็อปไว้ที่ 20

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ชึ้งจังเลยค่ะ อ่านแล้วคิดถึงคุณแม่เลยค่ะ..





#1  by  ♥I LOVE มายสามี♥ At 2005-09-17 13:14, 
น้องบอลเอง ถ้าต้องเขียนถึงแม่
ยังไม่รู้เลยนะฮะ ว่าจะเขียนได้ถึงครึ่งของพี่หรือเปล่า
อย่าว่าแต่เอ่ยปากบอกว่ารักแม่เลยอ่ะฮะ ฮือ ฮือ
#2  by  *น้องบัวชมพู At 2005-09-17 13:24, 
เค้าว่าคนเราเมื่อมีลูกเองแล้ว ก็จะซาบซึ้งถึงพระคุณแม่มากขึ้น อันนี้เราก็ว่าน่าจะจริงนะคะ

ใครที่ทำอะไรกับแม่ไว้ อิอิ มีลูกแล้วลูกจะมาเอาคืนนะคะ จ๊ากกกกก

ปล เรื่องคอมมานโดในรถไฟใต้ดินเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าเค้ามาทำไรกัน แต่ขออย่าให้มีเหตุร้ายเลยเนอะ เอาแค่มารักษาความปลอดภัยก็พอดีกว่าค่ะ อิอิ
#3  by  แมวหลังยาว At 2005-09-17 14:01, 
ชอบอ่ะแม่ม่อน อ่านแล้ว..รู้สึกดีที่แม่ม่อนพูดถึงแม่ได้น่ารักขนาดนี้
#4  by  พญาลิงผู้อหังการ At 2005-09-17 16:09, 


อ่านแล้วทำให้ทรายคิดถึงแม่มากขึ้น
อยากกลับบ้านไปหาแม่ซะแล้วสิคะเนี่ย ><
#5  by  g o l d f i s h ~ஐ At 2005-09-17 16:29, 
อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ

นึกถึงตัวเองกะแม่ขึ้นมาตงิดๆ

เดี๋ยวจะไปกอดแม่ดีกว่า...แต่กลัวแม่ติดหวัดจังแฮะ
#6  by  WillowTree At 2005-09-17 18:47, 
มีไรจะบอกแม่น้องม่อนไม่ถูกหวยเหรอค่ะ
เมื่อวันที่ 16 กย เป็นวันเกิดพันซ์ ก็ออกไปใส่บาตรพระสงฆ์ 9 รูป แล้วก็เลยแวะซื้อหวยติดตัวไว้เผื่อถูก พอหวยออกผลปรากฏว่าถูกจริงๆ 20 บาทได้เงินก็ 1300 เลขที่ถูกก็ 10
แล้วมาบอกแม่คุณม่อนทำไมหน่ะเหรอค่ะ
พอดีตอนใส่บาตรร้านขายหวยมันอยู่ตรงกันข้ามใส่ไป6 องค์
ก็บอกให้น้องสาวซื้อหวยให้หน่อย
น้องก็ถามว่าเอาเลขอะไร
พันซ์ก็บอกว่าเลขวันเกิด พันซ์ เกิด 16 กย 18 อายุครบ 30 ปี
ก็ซื้อทุกตัวบนล่าง กลับไปกลับมาทุกตัวจึงครบ
ปรากฏว่า เดินออกมาครึ่งก้าวนึกขึ้นได้ว่า
เคยอ่านไดแม่น้องม่อนเพราะพันซ์สนใจพฤติกรรมของ
แม่น้องม่อนมาก ว่าพี่มันมีเลขอยู่เลขนึง
จำวันที่แม่น้องม่อนเขียนเรื่องก๋งเข้ารพได้มั้ยค่ะ
ก็ที่บอกว่าเห็นน้องม่อน เขียนเลข 001 หน่ะค่ะ
พันซ์ยังคิดเลยเลขไม่สวยสำหรับคนเล่นหวย
แต่พอคิดได้เสร็จก็เลขแอบเอากกลับไปซื้อ 10 ,01 บนล่าง
แล้วก็ถุกจรงิๆค่ะ ตกใจมาก คิดถึงแม่น้องม่อนทันที
คิดว่าคงต้องรวยเหมือนกนแน่แต่เข้ามาอ่านไม่เห็น
อัพบอกหันมั่งเลยว่า

<< Home